‘พาณิชย์’ หารือเอกชนรายใหญ่ หนุนต่อยอด OTOP

186 จำนวนผู้เข้าชม  |  News & Content

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมถกร่วมเอกชนแนวหน้า หนุน OTOP สร้างมาตรฐาน พัฒนาคุณภาพ เจาะตลาดต่างประเทศนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนภายใต้แนวคิดประชารัฐร่วมกับเอกชนรายใหญ่ของประเทศ วางแนวทางยกระดับและขยายช่องทางตลาดให้โอทอป ชี้ประเด็นสำคัญต้องเร่งพัฒนารูปแบบสินค้าให้ตรงใจตลาดมากยิ่งขึ้น มุ่งสร้างมาตรฐานและคุณภาพ พร้อมกำลังผลิตแน่นอน รวมถึงผลิตตามความต้องการตลาดอย่าตามใจตัวเอง ขณะที่กลุ่มยอดเยี่ยมอยู่แล้วต้องต่อยอดให้โกอินเตอร์

ภายหลังการประชุมหารือการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ และขยายช่องทางตลาด OTOP ตามแนวทางประชารัฐ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งเสริมและผลักดันสินค้า OTOP ของไทยให้เป็นที่รู้จัก พร้อมขยายช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลายเพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังกล่าวอีกว่า ตอนนี้กรมฯ ได้เชิญภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ จำนวน 24 หน่วยงาน 51 ราย ประกอบด้วย กลุ่ม Buyer / Trader / User จำนวน 14 บริษัท ได้แก่ 1.กลุ่มเซ็นทรัล 2.การบินไทย 3.คิง พาวเวอร์ 4.ซีพี ออลล์ 5.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล 6.เดอะมอลล์ กรุ๊ป 7.ตำรับไทยสมุนไพร 8.นารายณ์ภัณฑ์ 9.บางจากปิโตรเลียม 10.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 11.สยามเจมส์ กรุ๊ป 12.สยามพิวรรธน์ 13.เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม 14.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดผลิตภัณฑ์จำนวน 10 หน่วยงาน ได้แก่ 1.ศูนย์อบรมแพ็ทเทิร์นอุตสาหกรรม แพ็ทเทิร์นไอที 2.สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย 3.สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน 4.สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย 5.สมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) 6.สมาคมผู้ประกอบการสปาไทย 7.สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป 8.สมาคมสปาไทย 9.สมาคมสินค้าตกแต่งบ้าน และ10.สมาคมออกแบบสร้างสรรค์

การเชิญภาคเอกชนดังกล่าวนั้น เพื่อมาร่วมหารือและรับฟังความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP รวมทั้งปัญหาของสินค้า OTOP จากมุมมองของผู้ประกอบการและภาคเอกชน โดยทางภาคเอกชนได้มีการเสนอแนะเพิ่มเติมว่า สินค้า OTOP ของไทยควรจะมีการพัฒนาให้มีรูปแบบเป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยต้องเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเป็นหลัก ซึ่งการผลิตสินค้าต้องมีความต่อเนื่อง เนื่องจากบางครั้งเมื่อสินค้าเริ่มติดตลาดและผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันตามความต้องการของผู้บริโภค ทำให้สินค้านั้นอาจสูญเสียตลาดและลูกค้าในอนาคตได้

นอกจากนี้ ผู้ผลิตต้องมีความเข้าใจในกลไกตลาดเป็นอย่างดี โดยผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และต้องประยุกต์ให้เข้ากับกระแสสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ผลิตสินค้าตามใจตัวเอง และผู้ผลิตต้องสร้างวิสัยทัศน์ของความเป็นผู้ประกอบการที่พร้อมจะพัฒนา พร้อมกับต้องมีความเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งภาคเอกชนไทยยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า สินค้า OTOP ควรได้รับการพัฒนายกระดับอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม OTOP 1-2 ดาว ควรยกระดับเข้าสู่ 3-5 ดาว และ OTOP ระดับ 3-5 ดาว ก็ควรยกระดับสู่การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยภาคเอกชนยินดีให้ความร่วมมือที่จะพัฒนาผู้ผลิตให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และช่วยขยายช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยง่าย

นางสาวบรรจงจิตต์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะนำข้อเสนอแนะของทางเอกชนมาปรับแนวทางในการพัฒนาสินค้า OTOP ของไทย และขยายโอกาสช่องทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งได้กำหนดแผนงานความร่วมมือระหว่างกันไว้แล้ว

สำหรับในเบื้องต้น กรมฯ ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP 3-5 ดาว ปี 2559 โดยให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ คัดสรรกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP ได้มาตรฐานตามกฎระเบียบทางราชการ ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการผลิตและความมุ่งมั่นที่จะรับการพัฒนา จำนวน 2,380 ราย จาก 8,039 ราย เข้าสู่การคัดสรรสู่ Best OTOP 77 Experience เพื่อนำร่องพัฒนาการตลาดและให้เข้าถึงตลาดอย่างยั่งยืน อาทิ การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์ ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าส่ง-ค้าปลีก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และออนไลน์ ช่องทางทีวี แคตตาล็อก เป็นต้น ตลอดจนการพัฒนาร้านค้าต้นแบบจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสามารถขยายเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในรูปแบบของ “แฟรนไชส์ โมเดล” ต่อไป

ทีมา : http://www.bangkokbanksme.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com